 |
|
 |
|
|
ทำไมต้องมีบริษัทรับสร้างบ้าน
|
นั่นสิ ! หลายๆคนคงสงสัย และอีกหลายๆคนคงยังแยกไม่ออก ว่ามันต่างจากผู้รับเหมา หรือบริษัทรับเหมาก่อสร้างยังไง เราจะเล่าให้ฟัง
จุดกำเนิดของธุรกิจ บริษัทรับสร้างบ้าน
ธุรกิจนี้มันเริ่มต้นมาจาก ปัญหา เวลาใครจะสร้างบ้านขึ้นมาซักหลังปัญหามันเยอะเหลือเกิน เริ่มตั้งแต่ สถานที่ก่อสร้างเหมาะสมคับแคบไหม? ทางเข้าออกสะดวกในการขนส่งวัสดุก่อสร้าง(ซึ่งหนักและใหญ่ทั้งนั้น)สะดวกไหม? การขออนุญาตราชการยุ่งยาก วัดุก่อสร้างยังไม่มีมาตรฐานแน่นอน ผู้ออกแบบมีประสบการณ์เพียงพอหรือเปล่า? ช่างผู้รับเหมามีฝีมือหรือไม่?
..ฯลฯ ก็เลยมีผู้เห็นปัญหาและเสนอแนวทางออกมา 2 แนวทางนั่นคือ
แนวทางแรก ทำหมู่บ้านจัดสรร เพื่อกำหนดสภาพแวดล้อมเองซะเลย เอาทุกอย่างมารวมกันเพื่อความสะดวกในการขนส่ง การก่อสร้าง การลดต้นทุน ต่างๆ
แนวทางที่สอง ทำบริษัทรับสร้างบ้าน เพื่อคนที่ต้องการบ้านในแบบที่เหมาะกับครอบครัวตนเอง,ต้องการสร้างบ้านบนที่ดินที่ต้องการ บริษัทรับสร้างบ้าน จึงเกิดขึ้นเพื่อ ใช้ความชำนาญมาช่วยจัดการแก้ปัญหา ช่วยเป็นที่ปรึกษา ช่วยเลือก ช่วยควบคุม และช่วยรับผิดชอบทุกอย่างจนบ้านเสร็จ
บริษัทรับสร้างบ้าน ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไรบ้าง
1.ช่วยออกแบบ หลายๆท่านอาจมีบ้านในฝันที่ชัดเจน หลายๆท่านเห็นแบบบ้านของหมู่บ้าน หรือในหนังสือแล้วคิดว่าใช่ แต่เมื่อได้อยู่แล้วอาจไม่สบายหรือไม่ชอบก็ได้ ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมี สถาปนิกที่ชำนาญ มาช่วยดึงความต้องการของท่านมาสร้างบ้านที่เหมาะสมกับท่านและครอบครัวที่สุด ** ขอย้ำตรง สถาปนิกผู้ชำนาญ หมายถึง ทีมสถาปนิกที่ชำนาญในการออกแบบบ้านที่เคยสร้างมาจริง เคยแก้และรับรู้ปัญหา ที่เกิดจากสภาพหน้างาน , ข้อจำกัดการขนส่ง, ข้อจำกัดการก่อสร้างต่างๆ **
2.ช่วยเลือกใช้วัสดุ ปัจจุบันมีวัสดุก่อสร้างใหม่ๆ ออกมาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น หลังคา ,อิฐมวลเบา ,วงกบ U-PVC ,สุขภัณฑ์,กระเบื้อง,หินเทียม
.ฯ.ล.ฯ. ทุกอย่างก็บอกข้อดีของตัวเองทั้งหมด ซึ่งในความเป็นจริงดีเยี่ยมในประเทศหนึ่งอาจไม่เหมาะกับเมืองไทยก็ได้ ดังนั้น สถาปนิกของบริษัทรับสร้างบ้านจะช่วยคุณเลือก จะช่วยบอกถึงข้อดีข้อเสีย, ความคุ้มหรือไม่คุ้ม เพื่อไม่ให้บ้านคุณตกเป็นห้องทดลองวัสดุใหม่ของใคร
3.ช่วยติดต่อประสานงานและขออนุญาตราชการ ปัจจุบันมีกฎเกณฑ์ต่างๆเพิ่มขึ้นเยอะจนท่านอาจนึกไม่ถึงเชียวแหละ ทั้ง เขต,อ.บ.ต.,เทศกิจ,ตำรวจ ,ไฟฟ้า,ประปา,ค่าผ่านทาง,เจ้าของหมู่บ้าน,กรรมการหมู่บ้าน,ข้างบ้าน ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานของบริษัทรับสร้างบ้านช่วยทำเถอะครับ
4.ช่วยเลือก ช่วยดูมาตรฐาน และช่วยคุมราคาของวัสดุก่อสร้าง มาตรฐานวัสดุก่อสร้างในบ้านเรายังเป็นเรื่องที่ปวดหัวมาก(ไม่เหมือนสินค้าที่ขายในห้าง) เช่น ถ้าคุณสั่งเหล็ก ก็จะมีทั้งเหล็กโรงใหญ่,โรงเล็ก,เหล็กเต็ม,เหล็กไม่เต็ม,เหล็กไม่มี ม.อ.ก., เหล็กมี ม.อ.ก.,ม.อ.ก.ขนาดนน.เท่าไหร่ ดังนั้น ถ้าคุณสั่งแค่ เหล็ก 9 ม.ม. ร้านเอาตัวไหนไปส่งคุณเขาก็ถือว่าถูกต้องตามคำสั่งทั้งหมดแหละ แต่ถ้าคุณสั่งตามสเปคกลางของกระทรวงพาณิชย์ ร้านก็อาจไม่มีของ เพราะเหล็กพวกนั้นเขาใช้ในอาคารสูงส่งจากโรงเหล็กโดยตรง แล้วยังเรื่องราคาอีก ให้เป็นเรื่องของ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ ที่ชำนาญเถอะครับ
5.ช่วยคัดเลือกและจัดหาช่างผู้รับเหมา ที่เคยได้ยืนกันบ่อยๆ ว่า ผู้รับเหมาบางคนทิ้งงาน ,ใช้วัสดุต่ำกว่าสเปค นั่นนะเรื่องจริงเลยละครับ เพราะช่างและคนงานบ้านเรามีอัตราการเข้าออกสูงมาก อีกทั้งมีฝีมือและความชำนาญมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ดวงว่าจะเจอใคร เพราะยังไม่มีสถาบันใดมาสอบหรือแบ่งว่าฝีมือเรียกว่าเป็นช่างได้หรือไม่ จึงทำให้บางครั้งทำงานพลาด ประมาณราคาพลาด หรือราคาวัสดุในตลาดผันผวนก็จะเผ่นหนีไปเลย บริษัทรับสร้างบ้าน จึงเข้ามามีบทบาทเลือกช่างที่มีฝีมือ แล้วช่วยช่างในเรื่อง การรับประกันกับลูกค้า ,การจัดการ,การประมาณราคา,พัฒนาและให้ความรู้ในเรื่องเทคนิคและวัสดุก่อสร้างใหม่ๆ
|
| |
 |
6.ช่วยควบคุมงาน เริ่มต้นบ้านมาด้วยผู้ชำนาญทั้งหมด ตั้งแต่ออกแบบโดยสถาปนิก คำนวนโดยวิศวกร ตรวจตราควบคุมกันในเรื่องวัสดุ มาถึงตอนสร้างถ้าทำกันผิดแบบก็เสียหายหมด ก็จึงต้องมี วิศวกรและโฟร์แมน ช่วยสอดส่องดูแลกันอีกชั้น ให้เป็นไปตามแบบ และหากเจอปัญหาอะไรจากสภาพหน้างานจะได้ช่วยแก้ปัญหากันอย่างทันท่วงที
7.ช่วยรับผิดชอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการสร้างบ้าน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลยละครับ เพราะทำให้บ้านคุณงบไม่บานปลายและเสร็จตามแบบแน่นอน เช่น วัสดุขึ้นราคา
ช่างขาดแคลน , วัสดุก่อสร้างขาดแคลน , คำนวนราคาผิด , โครงสร้างมีปัญหา ,บ้านแตก,ร้าว,รั่ว,ซึม
ใครจะรับผิดชอบให้
.ผู้รับเหมา
หรือ
คุณ.. |
|
|
|
 |
|
|
|
 |